รายละเอียด
ชื่อเรื่อง อิทธิพลของปุ๋ยเคมีและสารเคมี เร่งน้ำยางที่มีต่อผลผลิตยางพันธุ์ GT 1 หน้ากรีดแรกที่ปลูกในดินชุดลำภูรา (Effect of Chemical Fertilizer and Latex Stimulant on Yield of the First Tapping Panel of GT1 Grown on Lampula Soil Series)
ปี 2536
นักวิจัย โสภา โพธิวัตถุธรรม,เวท ไทยนุกูล,ลิขิต นวลศรี
หน่วยงานวิจัย ศูนย์วิจัยยางสงขลา สถาบันวิจัยยาง
ผู้ให้ทุน -
สถานภาพ โครงการที่สำเร็จแล้ว
ระยะเวลาวิจัย -
วันที่สิ้นสุด -
บทคัดย่อ เพื่อหาปริมาณปุ๋ยที่เหมาะสมสำหรับการใช้ร่วมกับสารเร่งน้ำยาง (อีเทรล 2.5 %) และเพิ่มผลผลิตระยะเปิดกรีดของน้ำยาง GT 1 ในหน้ากรีดแรกที่ปลูกในดินเหนียวชุดลำภูรา เพื่อเป็นแนวทางในการให้คำแนะนำปริมาณปุ๋ยที่เหมาะสม เมื่อใช้กับสารเคมีเร่งน้ำยาง ทำการทดลองที่สถานีทดลองยางธารโต จ.ยะลา เริ่มดำเนินการทดลองในปี 2533 วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block จำนวน 4 ซ้ำ มี 4 กรรมวิธี คือ (1) ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ทายาเร่ง (2) ใส่ปุ๋ยผสม (สูตร 15-5-18) อัตรา 1000 กรัม /ต้น /ปี + อีเทรล 2.5 % (3) ใส่ปุ๋ยผสม 1500 กรัม /ต้น /ปี +อีเทรล 2.5% (4) ปุยผสม 2000 กรัม /ต้น/ปี + อีเทรล 2.5 % โดยแบ่งใส่ปุ๋ยเคมีปีละ 2 ครั้ง ส่วนการทายาเร่งอีเทรล 2.5 % วิธีการใช้แบบผสมน้ำหยอดในรอยกรีดทุกเดือน ขนาดแปลงย่อย 0.78 ไร่ (4แถว ๆ ละ 13 ต้น จำนวนต้นบันทึก 22 ต้น ในแต่ละกรรมวิธี (ใช้ระบบกรีดแบบครึ่งต้น วันเว้นวัน) ผลการทดลอง จากการเก็บผลผลิต ปรากฏว่า ในกรรมวิธีใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับสารเคมีเร่งน้ำยางทั้ง 3 วิธีการให้ผลผลิตสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 32-47 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการไม่ใส่ปุ๋ย และไม่ใช้ยาเร่ง และกรรมวิธีที่ใส่ปุ๋ยเคมีอัตรา 1500 กรัม/ต้น/ปี ร่วมกับสารเคมี เร่งน้ำยางให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่น ส่วนอัตราการเพิ่มขนาดของลำต้น เช่นเดียวกับการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเร่งน้ำยาง เพิ่มขนาดลำต้นสูงกว่าไม่ใช้ปุ๋ยและสารเคมีเร่งน้ำยาง สำหรับเนื้อยางแห้งในน้ำยางของทุกกรรมวิธีใช้สารเคมีเร่งน้ำยางร่วมกับปุ๋ยเคมี มีเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าวิธีการไม่ใส่ปุ๋ยและไม่ใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่า การใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2000 กรัม/ต้น /ปี ร่วมกับสารเคมีเร่งน้ำยาง มีแนวโน้มให้ผลผลิตต่ำลงและไม่คุ้มทุน
หมวด พันธุ์ยาง/สวนยาง

กลับ